ข้ามไปยังเนื้อหา

บันไดการสพาร์ริง: 5 ระดับความหนักและช่วงเวลาที่เหมาะสม

ยิมส่วนใหญ่มีเพียง 2 ระดับ คือเบาและหนัก แต่ยิมที่สร้างอาชีพนักสู้แทนที่จะสร้างอาการบาดเจ็บที่สมอง มี 5 ระดับ และพวกเขาจะประกาศระดับนั้นออกมาดังๆ ก่อนเริ่มแต่ละรอบ

Level
All levels
Duration
60 min

5 ระดับความหนัก

1. Flow (ประมาณ 30%): ไม่มีการชกที่หนักและเจ็บ ทั้งคู่โฟกัสที่รูปทรงและเทคนิค 2. Technical (ประมาณ 50%): ชกโดนแต่ลดแรงลงโดยตั้งใจ 3. Situational (สถานการณ์จำลอง): ความหนักสูงแต่จำกัดสถานการณ์ เช่น ย้อนกลับสู่เชือก หรือป้องกันเพียงอย่างเดียว 4. Competition intensity (ระดับการแข่งขัน): ชกเต็มแรงในระยะเวลาเท่ารอบแข่งขัน 5. Hard (หนัก): ควรเกิดขึ้นน้อยครั้งและสงวนไว้สำหรับช่วงกลางของแคมป์ฝึกซ้อม

ประกาศระดับก่อนเริ่มรอบ

นิสัยที่มีประโยชน์ที่สุดในยิมคือการประกาศระดับความหนักออกมาดังๆ ก่อนเสียงกริ่งดังขึ้น การบาดเจ็บจากการสพาร์ริงส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ตรงกันของความคาดหวัง โดยฝ่ายหนึ่งคิดว่านี่คือรอบเทคนิค แต่อีกฝ่ายคิดว่านี่คือรอบแข่งขัน การประกาศระดับความหนักใช้เวลาเพียงสองวินาทีแต่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด

การสพาร์ริงหนักแค่ไหนถึงจะเพียงพอ

น้อยกว่าที่นักสู้ส่วนใหญ่ทำ จากงานวิจัยเรื่องอาการบาดเจ็บที่สมองในกีฬาต่อสู้ ชี้ให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่าการสะสมของแรงกระแทกใต้ระดับอาการบาดเจ็บที่สมอง (sub-concussive impact) ในการฝึกซ้อมคือปัจจัยหลัก ไม่ใช่จากการแข่งขัน นักสู้ต้องการงานฝึกซ้อมระดับความหนักเท่าการแข่งขันเพื่อเตรียมตัว แต่รอบที่หนักกว่านั้นกลับสร้างต้นทุนโดยไม่มีประโยชน์ ผู้ฝึกสอนที่วัดความแข็งแกร่งของนักสู้จากปริมาณการสพาร์ริงหนัก คือการแลกอนาคตของนักสู้ในอนาคตด้วยสิ่งไร้ค่า

การเตะหัวและเตะขาในฝึกซ้อม

ทั้งสองอย่างควรมีอยู่ในฝึกซ้อม และต้องควบคุมแรงได้ โดยเฉพาะการเตะขามักจะชกเต็มแรงในการสพาร์ริงแบบเบา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ใช่การบาดเจ็บที่ศีรษะ แต่ขาที่หมดสภาพสองสัปดาห์ก่อนการแข่งขันได้ทำลายแคมป์ฝึกซ้อมมากกว่าการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมประเภทอื่นใดๆ จับคู่ความหนักของการเตะขาให้สอดคล้องกับระดับความหนักของรอบนั้นๆ เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่าง

More training guides