โอซามุ โน구จิ และจุดเริ่มต้นของกีฬาคิกบ็อกซิ่ง
ทั้งคำศัพท์และกีฬาชนิดนี้ถูกบัญญัติขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยผู้จัดการแข่งขันมวยสากลและนักคาราเต้ผู้เคยชมมวยไทยและตั้งคำถามว่าเวอร์ชันญี่ปุ่นของกีฬานี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร
คิกบ็อกซิ่งเป็นกีฬาต่อสู้ที่มีบันทึกชัดเจนว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งหาได้ยากในวงการกีฬาต่อสู้ ในปี 1966 โอซามุ โน구จิ ผู้จัดการแข่งขันมวยสากลชาวญี่ปุ่น ได้จัดรายการแข่งขันครั้งแรกภายใต้กฎกติกาที่เขาพัฒนาขึ้นร่วมกับนักคาราเต้ชื่อ ทาซึโอะ ยามาดะ ยามาดะเคยโต้แย้งมานานว่าคาราเต้จำเป็นต้องมีรูปแบบการแข่งขันแบบเต็มสัมผัส (full-contact) ส่วนโน구จิเคยไปชมมวยไทยในกรุงเทพฯ และเข้าใจถึงศักยภาพทางการค้าของกีฬานี้ ทั้งสองจึงร่วมกันตอบคำถามเฉพาะเจาะจงว่า: มวยไทยเวอร์ชันญี่ปุ่นจะหน้าตาเป็นอย่างไร?
คำตอบที่ได้ยังคงอาวุธที่ทำให้มวยไทยแตกต่างจากมวยสากลอย่างชัดเจน นั่นคือ หมัด เข่า และเตะ แต่ตัดองค์ประกอบบางส่วนที่ทำให้ผู้ชมญี่ปุ่นเข้าใจการต่อสู้แบบไทยได้ยาก กฎกติกาในยุคแรกนั้นหลวมกว่าที่พัฒนาขึ้นในภายหลัง การทุ่มยังได้รับอนุญาตในช่วงปีแรก ๆ ซึ่งเป็นมรดกมาจากภูมิหลังด้านยิวยิตสูและคาราเต้ของนักแข่งขันส่วนใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ถูกยกเลิกเมื่อกีฬานี้เริ่มมีมาตรฐานที่ชัดเจน
ชื่อกีฬามีความสำคัญไม่แพ้กฎกติกา คำว่า 'คิกบ็อกซิ่ง' เป็นการสร้างคำเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด และคำนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในแบบที่คำว่า 'มวยไทยญี่ปุ่น' ไม่เคยทำได้ ทุกกฎกติกาที่ครอบคลุมในเว็บไซต์นี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบดัตช์ อเมริกัน K-1 GLORY และ WAKO ล้วนสืบทอดคำนี้มาจากโน구จิ แม้บางรูปแบบจะไม่มีสายเลือดหรือความเชื่อมโยงกับญี่ปุ่นเลยก็ตาม